| "ปานศิริ" ระบุคดีแก๊งบึัมอิหร่านคืบหน้า 5 ด้าน-ไม่ก้าวล่วงทูตเยี่ยมคนร้าย วันที่ 29 ก.พ. ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีชาวอิหร่านก่อเหตุระเบิด 3 จุดในพื้นที่สุขุมวิท 71 เรียกประชุมชุดสืบสวน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่อีโอดี บก.สส. กก.สส.บก.น.5 และฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน เพื่อรายงานความคืบหน้าของคดี ภายหลังประชุม พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า เรียกประชุมพนักงานสืบสวนสอบสวนที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ได้แต่งตั้งขึ้น เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี มีรายงานความคืบหน้า 5 ด้าน กล่าวคือ 1.ด้านการสอบสวนขณะนี้ได้สอบสวนพยานบุคคลและพยานแวดล้อม รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญไว้ในสำนวนแล้ว พนักงานสอบสวนได้รวบรวมเก็บรายละเอียดทั้งหมด เหลือเพียงการสอบสวนนายมาซูด เซดากัตซาเด ที่ได้ขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศมาเลเซียและมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ล่าสุด พนักงานอัยการแจ้งมาว่าทางมาเลเซียขอเอกสารเพิ่มเติม 2 รายการ พนักงานสอบสวนก็พร้อมจะดำเนินการให้ทันที ส่วนเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นรายละเอียดในสำนวนการสอบสวน พล.ต.อ.ปานศิริ ระบุต่อไปว่า 2.ด้านการสืบสวนมีความคืบหน้าไปมากเกี่ยวกับผู้ที่ร่วมขบวนการทั้งหมด ศาลได้อนุมัติออกหมายจับไว้ 5 คน ขณะนี้กำลังตรวจสอบผู้ที่ร่วมสนับสนุน และเกี่ยวข้องในการลงมือปฏิบัติการ โดยมอบหมายให้ ผบช.น. ดำเนินการ 3.ด้านการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบ รวมทั้งการหาความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนได้มา คดีมีความคืบหน้าสามารถยืนยันตัวผู้ต้องหาได้มากทีเดียวนอกเหนือจากพยานบุคคลที่มีอยู่ 4.ด้านการข่าว มอบหมายให้สันติบาลไปดำเนินการร่วมกับประชาคมข่าว ซึ่งกรณีดังกล่าวขอไม่พูดถึงรายละเอียด และ 5.ด้านตรวจคนเข้าเมืองจะมีการตรวจสอบผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ในการเดินทางเข้าออก และการเข้าพักอยู่ในประเทศไทยว่า มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลใดอีกหรือไม่ จากการตรวจสอบผู้ต้องหาทั้ง 5 คนนั้น ทราบว่ามีผู้ต้องหาบางคนมีการเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นๆ นอกเหนือจากทั้ง 5 คน ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน และตม. ตรวจสอบกรณีดังกล่าวอย่างละเอียด ผู้สื่อข่าวถามถึงผลการตรวจสอบที่มาของสติ๊กเกอร์ “SEJEAL” พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบที่มา ผู้ที่นำมาติด และความหมายของสติกเกอร์ หลังจากที่พบสติ๊กเกอร์ในห้องพักของผู้ต้องหา 440 แผ่น และพบที่รถจยย.อีก 6 แผ่น จึงต้องมีการดำเนินการเพราะเกี่ยวพันกับตัวผู้ต้องหา ขณะนี้มีความคืบหน้าไประดับหนึ่งแต่อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างละเอียด จากสืบสวนสอบสวน และตรวจสอบภาพวงจรปิดผู้ที่นำสติ๊กเกอร์มาติดไว้ตามจุดต่างๆ เบื้องต้นทราบว่า นำมาติดก่อนเกิดเหตุระเบิด ส่วนความหมายของสติ๊กเกอร์ ทางสันติบาลก็ดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ ถามว่าผู้ต้องหาที่หลบหนีกลับประเทศอิหร่านไปแล้วมีการประสานงานกับทางสถานทูตอิหร่านหรือไม่ พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า ที่มีการยืนยันตัวบุคคลจากกระทรวงต่างประเทศ และมีการแจ้งมายังพนักงานสอบสวนแล้วมีสัญชาติที่ปรากฏตรงตามหนังสือเดินทาง 2 คน คือ นายนายโมฮัมหมัด คาซาอี ผู้ต้องหาจับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และนายนายซาอิด โมราดิ ผู้บาดเจ็บขาขาด ถามว่า พนักงานสอบสวนสอบปากคำ นายซาอิด หรือยัง พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ไปพบแพทย์แล้ว ส่วนจะสอบสวน หรือแจ้งข้อกล่าวหานั้นก็ต้องอยู่ในสภาพที่รับรู้และสมบูรณ์มากกว่านี้ ในชั้นนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา และอยู่ระหว่างการรักษาตัวเมื่ออาการดีขึ้นพอที่จะรับทราบข้อกล่าวหาได้ก็คงจะเข้ากระบวนการดำเนินการเช่นเดียวกับ นายฮาซาอิ ถามว่านายดามานี เซเยส เมอร์เดด ที่ควบคุมตัวไว้ที่ตม.มีหลักฐานพอแจ้งข้อหาได้หรือไม่ พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า ทางตม.แจ้งว่า ศาลลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 3,000 บาท ฐานวีซ่าหมดอายุทางตม.ก็ยังควบคุมตัวไว้อยู่ เมื่อถามว่า สถานทูตอิหร่านเยี่ยมผู้ต้องหาแล้ว อ้างว่าถูกกลุ่มหนึ่งใส่ร้าย พล.ต.อ.ปานศิริ ตอบว่า ตนขอพูดเฉพาะที่พนักงานสอบสวนดำเนินการในส่วนอื่นๆ ตนคงไม่ไปก้าวล่วง พนักงานสอบสวนได้สืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดในการค้นหาความจริง พบว่าก่อนเกิดเหตุมีการตระเตรียมการ ทั้งสถานที่ อุปกรณ์ และยานพาหนะ โดยมีพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานเอกสารยืนยันได้ โดยเฉพาะพยานบุคคล พนักงานสืบสวนสอบสวนต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนเป็นอย่างสูง ทำให้คดีเดินหน้าไป อีกทั้งมีพยานเชื่อมโยงตามวันเวลา และตามจุดต่างๆ ทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ หากพี่น้องประชาชนไม่ให้ความร่วมมือคดีคงไม่คืบหน้าไปถึงขนาดนี้ รวมทั้งต้องขอขอบคุณพนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงต่างประเทศ ทำให้คดีไปได้รวดเร็วเพียงแค่ 2 สัปดาห์ สามารถคลี่คลายคดีและมีความคืบหน้าจนถึงขณะนี้ ถามว่า กรณีที่บอกว่าคนร้ายมีการตระเตรียมการแจ้งข้อหาก่อการร้ายได้หรือยัง พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า ยังเป็นข้อหาที่ศาลอนุมัติหมายจับส่วนจะมีข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ก็อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หากสมบูรณ์สามารถดำเนินการฐานความผิดใดได้ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป ด้านพล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. กล่าวถึงมาตรการดูแลสถานทูตอิสราเอลด้วยว่า ได้มีการจัดกำลังดูแลสถานทูต รวมทั้งแหล่งที่มีชาวยิวอยู่ เช่น ถนนข้าวสาร รวมถึงสถานที่อื่นๆอย่างเข้มงวดแล้ว |
วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น